15 คำศัพท์ที่ต้องรู้ของนักลงทุนทองคำ

เหล่านักลงทุน ควรจะทราบคำศัพท์ทั้งหลายหรืออักษรย่อต่างๆ ที่เรามักพบในบทความหรือข่าวสารที่เกี่ยวกับการขึ้นหรือลงของราคาทองคำ โดยเราได้รวบรวมความหมายของคำศัพท์หรืออักษรย่อที่ควรทราบมาไว้ดังต่อไปนี้

14604831_1284000308304888_8656931912934033287_n

1.COMEX หรือ Commodity Exchange คือ ตลาดซื้อขายตราสารอนุพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับโลหะต่างๆ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และยังเป็นส่วนหนึ่งของ NYMEX (New York Mercantile exchange)

15578661_1284000298304889_1182912149611449085_n

2.SPDR หรือ SPDR Gold Trust คือ กองทุนเปิดดัชนีที่จดทะเบียนและซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (Exchange Traded Fund : ETF) หมายถึง กองทุนที่ลงทุนในทองคำแท่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก จัดตั้งขึ้นมาเพื่อสร้างผลตอบแทนของกองทุนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของราคาทองคำในตลาดลอนดอน คือ London Gold PM Fix Price โดยมีนโยบายให้สามารถลงทุนในทองคำแท่งได้โดยตรงไม่ต้องมีการใช้ตราสารอนุพันธ์ และยังมีการให้ยืมทองคำแท่งระหว่างผู้ลงทุน SPDR Gold Trust โดยมีผู้เก็บรักษาทองคำแท่งให้ คือ ธนาคารฮ่องกงเซี่ยงไฮ้ สหรัฐอเมริกา (HSBC Bank USA, N.A.) กองทุน SPDR Gold Trust จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ 4 แห่ง คือ นิวยอร์ก สิงคโปร์ ฮ่องกง และญี่ปุ่น โดยกองทุนทองคำในหลายประเทศก็มีนโยบายลงทุนใน SPDR Gold Trust อีกทีหนึ่ง ซึ่ง SPDR Gold Trust จะเป็นตัวที่คอยรวบรวมคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนจากนักลงทุนรายย่อย หรือสถาบันในประเทศต่างๆ ดังนั้นระดับการถือครองทองคำที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงของ SPDR Gold Trust จึงเป็นตัวสะท้อนมุมมองต่อทองคำของนักลงทุนทั่วโลกได้เป็นอย่างดี

15337570_1284000334971552_7982780483902762657_n

3.FOMC หรือ The Federal Open Market Committee คือ การประชุมของ FED เกี่ยวกับทิศทางนโยบายทางการเงินระยะสั้น ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นภาพรวมของเศรษฐกิจว่าในช่วงนั้นมีความแข็งแรงมากน้อยเพียงใด และยังรวมไปถึงภาวะเงินเฟ้อในช่วงนั้นๆ อีกด้วย FOMC จะมีปีละ 8 ครั้งหรือทุกๆ 6 สัปดาห์

15578940_1284000361638216_4128477773635001361_n

4.FED หรือ Federal Reserve Bank คือ ธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯคนปัจจุบัน คือนางเจเน็ต เยลเลน นับเป็นสตรีคนแรกที่ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยเริ่มปฏิบัติหน้าที่ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557 มีระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง 4 ปี

15541136_1284000378304881_598408841803731007_n

5.ECB หรือ European Central Bank คือ ธนาคารกลางแห่งยุโรป ซึ่งประธานฯ คนปัจจุบันคือนายมาริโอ ดรากิ

15400923_1284000391638213_6054216276304893923_n

6.BOE หรือ Bank of England คือ ธนาคารกลางอังกฤษ ซึ่งผู้ว่าการฯ คนปัจจุบัน คือ มาร์ค คาร์นีย์

15578970_1284000398304879_175513336146629763_n

7.BOJ หรือ Bank of Japan คือ ธนาคารกลางญี่ปุ่น ซึ่งผู้ว่าการฯคนปัจจุบัน คือ นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ

15578542_1284000404971545_1775185239126348852_n

8.IMF หรือ International Monetary Fund คือ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ จัดตั้งขึ้นเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ โดยให้ประเทศต่างๆ สามารถกู้ยืมเงินได้ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการขยายตัวและสร้างดุลยภาพทางการค้าและการเงินระหว่างประเทศ อีกทั้งยังให้ความช่วยเหลือทางด้านเทคนิคอีกด้วย ปัจจุบันมีนางคริสติน ลาการ์ด เป็นผู้อำนวยการกองทุน

15578774_1284000421638210_7230315870116620055_n

9.GDP หรือ Gross Domestic Product คือ มูลค่าของสินค้าและบริการที่ผลิตได้ในช่วงเวลาหนึ่งๆ ของประเทศใดประเทศหนึ่ง มักใช้เป็นดัชนีชี้วัดความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ รวมไปถึงคุณภาพชีวิตประชากรของประเทศนั้นๆ

15420991_1284000438304875_2638705657897859911_n

10.QE หรือ Quantitative Easing คือ นโยบายทางการเงินของรัฐบาลที่ถูกใช้เป็นครั้งคราวเพื่อเพิ่มปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินและการให้สินเชื่อ

15492427_1284000458304873_3497521890969587453_n

11.Jobless Claims คือ จำนวนคนที่ขอรับสวัสดิการการว่างงานในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจที่สำคัญอีกตัวหนึ่ง เนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงภาวะการจ้างงานในสหรัฐฯ โดยรายงานนี้ถูกจัดทำทุกสัปดาห์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
11.1) Initial Jobless Claims หมายถึง จำนวนผู้ที่ขอรับสวัสดิการครั้งแรก
11.2) Continuing Jobless Claims หมายถึง จำนวนผู้ที่ขอรับสวัสดิการต่อเนื่องจากเดือนที่แล้ว

15420801_1284000471638205_8129780850002715049_n

12.CPI หรือ Consumer Price Index คือ เดัชนีชี้วัดการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าและบริการแต่ละประเภท วัดเป็นช่วงเวลา เช่น การขนส่ง การเดินทาง อาหาร และบริการทางการแพทย์ เพื่อสะท้อนค่าครองชีพ และอนุมานได้ถึงภาวะเงินเฟ้อ(สินค้าและบริการมีราคาสูงขึ้น) หรือเงินฝืด(สินค้าและบริการมีราคาต่ำลง) CPI ของสหรัฐฯ จะประกาศทุกวันที่ 13 ของเดือน ถ้าหากเกิดภาวะเงินเฟ้อสูงส่งผลให้ค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ อ่อนลง และส่งผลดีต่อทองคำ

15578785_1284000488304870_8996327598426406551_n

13.PPI หรือ Producer Price Index คือ ดัชนีชี้วัดการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนการผลิตสินค้าและบริการในช่วงระยะเวลาหนึ่งโดยสำรวจจากผู้ผลิตหรือผู้ค้าส่ง โดย PPI จะประกาศทุกวันที่ 11 ของเดือน ถ้า PPI สูงส่งผลให้ CPI สูงตามไปด้วย

15400544_1284000511638201_8154390472746830201_n

14.Nonfarm Payroll คือ สถิติที่เกี่ยวกับจำนวนแรงงานและค่าแรง ของแรงงานนอกภาคเกษตร ไม่รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐและองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร ตัวเลข nonfarm payroll จะประกาศทุกวันศุกร์แรกของเดือน และมักส่งผลต่อตลาด เนื่องจาก nonfarm payroll เป็นตัวชี้วัดระดับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และสามารถคาดเดาถึงระดับกิจกรรมเศรษฐกิจในอนาคตได้ เพราะยิ่งมีการจ่ายค่าแรงมากขึ้นเท่าใด แปลว่าการเติบโตของเศรฐกิจโดยรวมก็จะยิ่งเร็วขึ้นเท่านั้น แต่มีเงื่อนไขว่าค่าแรงที่เพิ่มขึ้นจะต้องสอดคล้องกับปริมาณของผลผลิตและความต้องการสินค้าและบริการที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน

15578445_1284000518304867_9154253572163131005_n

15.Fiscal Cliff หรือ “หน้าผาทางการคลัง” คือ การที่เศรษฐกิจของประเทศสูญเสียแรงขับเคลื่อนทางการคลังอย่างฉับพลันและรุนแรง เนื่องมาจากมาตรการด้านการคลังชั่วคราวที่ใช้สำหรับกระตุ้นเศรษฐกิจในยามที่เกิดวิกฤติสิ้นสุดลง ยิ่งมาตรการมีขนาดใหญ่เท่าไร จะยิ่งทำให้เศรษฐกิจสูญเสียแรงส่งมากขึ้นเท่านั้น และนั่นหมายถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจก็จะถูกฉุดให้ต่ำลงหรืออาจรุนแรงถึงขั้นเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยก็เป็นได้ ดังนั้นเหตุการณ์เช่นนี้จึงเปรียบเสมือนกับว่าเศรษฐกิจ “ตกหน้าผาทางการคลัง”

 

Comments are closed